เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมและครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวปายและแม่ฮ่องสอนมา โดยได้เลือกเส้นทางวนเป็นวงกลม โดยเริ่มจากบ้านในอำเภอหางดง ไปทางแม่ริม แม่มาลัย ไปออกปาย และเดินทางต่อไปแม่ฮ่องสอน และกลับมาทาง ขุนยวม แม่ลาน้อย แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง สันป่าตอง รวมระยะทางประมาณ 679 กิโลเมตร 4088 โค้ง
สิ่งหนึ่งที่สังเกตพบคือ ระยะทางจากแม่ฮ่องสอนถึงฮอด ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตรนั้นผมพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นตลอดทาง เนื่องจากผมออกจากแม่ฮ่องสอนประมาณ 1 ทุ่ม จึงสังเกตเห็นไฟป่าได้อย่างชัดเจน ทั้งบริเวณริมทาง และบนยอดดอยที่อยู่ห่างออกไป คำถามที่เกิดขึ้นในใจคือ ไฟป่าเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดจากธรรมชาติหรือฝีมือของมนุษย์ แต่ละจุดที่เกิดไฟป่ากินบริเวณกว้างมาก แนวกันไฟไม่สามารถหยุดยั้งเปลวเพลิงได้หรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอะไรบ้าง เพราะระหว่างทาง พบก็พบกับรถของเจ้าหน้าที่ขับผ่านไปมา หรือพระเพลิงโหมแรงเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งเหล่านี้มันคงไม่สำคัญเท่ากับสาเหตุของการเกิดไฟป่าเหล่านี้ ผมไม่อยากคิดว่าสมัยนี้ยังมีคนเผาป่าเพื่อทำไร่อยู่อีก หรือผมมองโลกในแง่ดีเกินไป
สิ่งที่คิดต่อมาคือ เมื่อกลับถึงเชียงใหม่แล้ว อากาศจะเป็นอย่างไร และ 2-3 วันหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่กังวลใจจริงๆ ผมขับรถอยู่บนทางยกระดับใกล้ๆกับหมู่บ้านปาร์มสปิงมองไปก็เห็นเหมือนหมอกหรือควันปกคลุมตัวเมืองทั่วไปหมด ผมแน่ใจว่าไม่ใช่หมอกแน่นอน เพราะความรู้สึกมันบอกว่ามันเป็นควันสีเทาๆ ขนาดว่ามองเห็นดวงอาทิตย์ไม่ชัด
หลังจากนั้นก็ได้ยินข่าวคนที่รู้จักที่เป็นโรคภูมิแพ้และหอบหืดอาการกำเริบ ต้องพ่นยาหลายคน ไม่อยากคิดว่าปีนี้ปัญหาจะรุนแรงขนาดไหน
เมื่อผมเข้าไปที่ Blognone วันนี้และพบเครือข่ายแห่งนี้ ผมจึงไม่ลังเลใจที่จะสมัครสมาชิกและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิก ถึงแม้เครือข่ายจะยังมีสมาชิกไม่มากนัก แต่ผมก็เชื่อเหลือเกินว่า เราจะสามารถช่วยกันเพื่อให้ปัญหาได้รับการบรรเทาลงบ้าง
ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนครับ

จะลามไปถึงปายป่าวอ่า -.-"
จะลามไปถึงปายป่าวอ่า -.-"
แก้ไขให้แล้วสำหรับคอมเม้นนะก้าบบ
แก้ไขให้แล้วสำหรับคอมเม้น
น่าเป็นห่วง ตัวเองจริง
น่าเป็นห่วง ตัวเองจริง แหละครับ ยิ่งผมเองก็อยู่เชืยงใหม่
ตอนนี้จากเมืองในหุบเขากลาง สายหมอก ก็ยังใช้ชื่อเดิมได้แต่เป็น
หมอกทั้งควันเสีย และควันไฟแทน
ผมว่าของเชียงใหม่นี่ คง ต้องเรื่มที่ตัวเองก่อนด้วยจะมารอโทษ ไฟป่า อย่างเดียวนี่คงไม่ถูกจริง ๆ
แต่ยังรวมถึงไอเสียรถยนต์ เยอะแยะ
ถ้าเชียงใหม่เรา เริ่มกวดขันให้ดี ผมว่า ก็ดีนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นรถแดง ช่วงแรก คงต่อต้านเยอะแน่ ๆ
แต่ถ้าทำให้ เป็น เรื่องธรรมดา ได้คงดีไม่น้อย
อยู่มาตั้ง ยี่สิบกว่าปีแล้ว คิดถึงวันเก่า ๆ จังเลยนะครับ
ปล. คอมเมนต์ยากจังครับ ถ้าคงไม่กระสันอยากคุยนี่คง บอกลาก่อนในการ ตอบแน่ ๆ
ลอง เปลี่ยนให้ง่ายขึ้นหน่อยดีไหมครับ
เอาแค่ตัว Capcha ก็น่าจะพอแล้วมั้งครับ
ถ้าถามชาวบ้าน คำตอบเดียว คือ
ถ้าถามชาวบ้าน คำตอบเดียว คือ เผาเพื่อให้ผักหวานแตกยอดครับ มันเป็นอย่างนี้มาเป็นสิบๆ ปีแล้วครับ ผักหวานแพง และไม่นิยมปลูก แต่นิยมเผาป่าเพื่อให้มันแตกยอด แล้วเก็บมาขาย ก็จะเห็นตามข้างถนนตั้งแต่จอมทอง ไปจนถึงแม่ฮ่องสอนละครับ
วิธีแก้ไขก็คง สอนให้ชาวบ้านปลูกผักหวานไว้เป็นผักสวนครัว เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง เมื่อผักหวานหาง่าย ราคาถูก คงไม่มีใครอยากเสี่ยงเผาป่า เพื่อเก็บผักหวานหรอกครับ
คนทางเหนือนิยม นำเอามาแกงใส่ไข่มดแดง ปลาแห้ง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารยอดนิยมเชียวละครับ สำหรับแกงยอดผักหวาน
ต้องขอขอบคุณ
ต้องขอขอบคุณ สำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ ของคุณ Moodaeng มากเลยนะครับ และต้องขอกล่าวคำว่า ยินดีต้อนรับสู่ เครือข่ายของเราครับ
โดยแม้ว่า สมาชิกของเราจะยังไม่มากนัก ตามที่คุณ Moodaeng แต่ผมก้เชื่อเหมือนคุณ Moodaeng ว่า เราสามารถช่วยกันได้แน่ๆครับ เพื่อเชียงใหม่ เพื่อโลกของเรา